|
เวียงกาหลง
จากตำนานเป็นวิจิตรภัณฑ์ ด้วยมือและจิตวิญญาณ ของคนพื้นถิ่น
บ่ายวันจันทร์ที่
31 ก.ค. 49 ผมไปดูหนังเรื่อง ผู้หญิงในสายน้ำ นิทานลุ้นระทึก
(Woman in the water) ซึ่งแสดง, กำกับ และสร้างโดยหนุ่มอินเดีย เอมไนท์ ชยามาลัน
ที่ผมติดใจผลงานของอาบังคนนี้จากเรื่อง The Six Sense
บ่ายแก่ ๆ อังคารที่
1 ส.ค. 49 ผมเหาะไปอยู่ที่เวียงกาหลง ตำบลสำคัญของอำเภอ
เวียงป่าเป้าจังหวัดเชียงราย
ที่ผมได้ไปและอยากไปเวียงกาหลงมากนั้น
เพราะมีคนจากบริษัทกันตนากรุ๊ป
มาบอกผมว่า ชาวบ้านที่นั่นรวมตัวกันตั้งเป็น "กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กองงานอุดมธรรม
เวียงกาหลงเซรามิก"ได้ผลิตเครื่องปั้นดินเผาเลียนแบบของโบราณที่เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิม
ของชาวล้านนา ซึ่งย้อนยุคไปได้หลายร้อยหรืออาจเป็นพันปี โดยได้ทำอภิมหา แจกันขนาด
ยักษ์ได้สำเร็จถึง 4 ใบ ซึ่งแต่ละใบจะมีชื่อและมีความหมายตามแบบที่คนเก่าแก่ชาวล้านนา
สมัยพุทธศตวรรษที่ 19 จนถึงพุทธศตวรรษที่ 26 ได้ตั้งชื่อสืบต่อกันมา ตั้งแต่
พ.ศ.1867 คือ
แจกันใบที่
1 ชื่อ
บูรณะกะตะมหามงคล
แจกันใบที่
2 ชื่อ
บูรณะกะตะมหาสมบัติ
(สูง
160 เซนติเมตร ความยาวรอบแจกัน 248 เซนติเมตร)
ทั้ง 2 ใบนี้จะชมได้ที่
ศูนย์ส่งเสริม ศิลปาชีพระหว่างประเทศ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร
จ.พระนครศรีอยุธยา
ส่วนใบที่
3 และ 4 ชื่อ
บูรณะกะตะมหาคชสาร
(สูง 158 เซนติเมตร)
อยู่ที่โชว์รูม ใน ต.เวียงกาหลง (หมู่ 15 ) อ.เวียงป่าเป้า
จ. เชียงราย (สอบถามที่ 01 783 -7931 คุณสุมาลี)
ย้อนหลังไปเมื่อ
82 ปีที่แล้ว นาย สวัสดิ์ มหากายี ผู้ครองตำแหน่งพระยานครพระราม
ได้สำรวจพบซากเตาเผา จำนวนมากในพื้นที่ ที่เรียกว่า เมืองโบราณเวียงกาหลง (เมื่อ
พ.ศ. 2476)
ต่อมามีการค้นพบแหล่งเตาเผาอีก
เป็นร้อย ๆ เตา กระจัดกระจายอยู่หลายแห่ง เช่น
บ้านป่าส้าน, บ้านสันมะเค็ด, บ้านทุ่งม่าน , ทุ่งหีด , ห้วยลึก , สบแจ้ง ตลอดลงมาถึงที่ลาดใกล้
ๆ
กับลำน้ำลาว ขึ้นไปถึงตำบลหัวฝาย ในอำเภอเวียงป่าเป้า
ความโชคดีของผมในวันนั้น
ก็คือรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเอง เป็นนักธรณีวิทยาผสมกับ
เป็นนักโบราณคดี ที่ได้ขึ้นไปอยู่บน เทือกเขาดอยดง ที่เมือง โบราณเก่าเวียงกาหลงตั้งอยู่
ทำให้ได้สัมผัสกับเครื่องถ้วยเวียงกาหลงที่เป็นผลิตผล จากแหล่งเตาเวียงกาหลง
ซึ่งถือกันว่า เป็นเครื่องถ้วยที่ดีที่สุดของภาคเหนือ
คุณสุมาลี ศรีวงษ์
ผู้จัดการกลุ่ม ฯ เล่าให้ผมฟังว่า เครื่องถ้วยหรือเครื่องเคลือบ
เวียงกาหลง เริ่มเป็นที่รู้จัก และนิยมของนักสะสมในช่วงปี 2467 แต่ "เครื่องเคลือบเวียงกาหลง"
ไม่ได้มีเพียงของเก่าโบราณ ชาวเวียงกาหลง ยังคงสืบทอดศิลปะ และผลิตเครื่องเคลือบเวียงกาหลง
จนทุกวันนี้ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัล สุดยอดหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือ
OTOP
Product Champion Classic Ceramics Reproductions
ปัจจุบัน
บ้านเวียงกาหลง จังหวัดเชียงราย มีกลุ่มชาวบ้าน ที่ทำเครื่องเคลือบเวียงกาหลง
ประมาณ 8 กลุ่ม โดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเวียงกาหลง เป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุด 70 %
ของการผลิต
ยังคงรักษารูปแบบดั้งเดิมไว้ 30 % ที่เหลือเป็นการประยุกต์รูปแบบใหม่ ๆ เช่น
จานข้าว , แก้วน้ำ
, ชุดกาน้ำชาและของตกแต่ง
ความพิเศษโดดเด่นของเครื่องเคลือบเวียงกาหลงนั้น
อยู่ที่ เนื้อดิน บริเวณเทือกเขา
เวียงกาหลงบางส่วน เป็น ดินดำ
ซึ่งเกิดจากการทับถมจากซากพืซ
ซากสัตว์มาหลายล้านปี โดยมีเม็ดทรายเม็ดเล็ก ๆ
(เล็กมาก) แทรกปนอยู่ ในเนื้อดินซึ่งเม็ดทรายนี้ เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ภาชนะมีลวดลายพิเศษ
เรียกว่า แตกลาน ซึ่งจะเกิดขึ้นหลังจากที่นำไปเผาแล้ว และคนโบราณที่รู้เพียงแค่นี้
มาครั้งนี้ ผมได้พบคนกรุงเทพฯ
ที่มาศึกษาค้นคว้าเพื่อพัฒนาเครื่องปั้นดินเผาเวียงกาหลง
คือ คุณรุ่งโรจน์ เหมันต์สุทธิกุล ซึ่งได้ชี้ให้ผมเห็นจุดเด่น ๆ ที่ทำให้เวียงกาหลงผลิตเซรามิกได้ดีกว่า
เซรามิกจากแหล่งอื่น ๆ ในล้านนาคือ
น้ำหนักเบา เนื้อบาง
เพราะผู้ปั้นจะขึ้นที่บาง และมีลายสวยเนื่องจาก แตกราน ทั้งใบ
อันเนื่องมาจากดินดี มีคุณภาพกว่า แหล่ง อื่น ๆ โดยใช้สีจากแร่ธรรมชาติ และช่างวาดจะลงลายเส้น
ได้คมชัด
ส่วนรูปทรงก็จะเป็นโถ
คนโท คนที จาน ชาม แจกัน ผางประทีป กระปุก ไห ตุ๊กตารูปต่าง ๆ
เศียรนาค พาน แผ่นประดับ ช่อฟ้า แผ่นเสมา เจดีย์จำลอง โคมฉลุ ซุ้ม พระพุทธรูป
ฯลฯ
จุดเด่น สะดุดตาของเครื่องเคลือบดินเผาที่บ่งบอกว่าเด่นและสวยงาม
จะขึ้นอยู่กับลวดลาย
ของฝีมือ ลงพู่กันของจิตรกรซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากจีน เวียดนามหรือพม่า ซึ่งไล่เลียงมาได้ด้วย
ลวดลาย แบบ ลายก้านขด ลายดอกไม้ ลายกลีบบัว ลายสระบัว ลายดอกบัว ลายกิเลน ลายจุด
ลายวัชระ ลายสามเหลี่ยม ลายไก่ฟ้า หรือลายกา ที่ช่างเขียน เขียนลายกลีบดอกไม้ให้ดูเป็น
ลายกา
|